การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ
DEVELOPMENT OF FUTURE LEADERSHIP SKILLS INDICATORS FOR SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER THE OFFICE IF SECONDARY EDUCATION SERVICE AREA IN THE NORTHEASTERN REGION
บทคัดย่อ
การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) เพื่อพัฒนาตัวบ่งชี้ทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 2) เพื่อทดสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างตัวบ่งชี้ทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ที่พัฒนาขึ้นกับข้อมูลเชิงประจักษ์ 3) เพื่อศึกษาแนวทางการพัฒนาทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ การวิจัยนี้เป็นการวิจัยแบบผสมผสาน โดยแบ่งการดำเนินการวิจัยออกเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 ศึกษาและสำรวจข้อมูลเบื้องต้น เพื่อสร้างตัวบ่งชี้ กำหนดองค์ประกอบของทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา โดยการสังเคราะห์เอกสารและการสัมภาษณ์เชิงลึก กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 9 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง ระยะที่ 2 การทดสอบความสอดคล้องของโมเดลความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างตัวบ่งชี้ของทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา ประชากรคือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จาก 933 โรงเรียน จำนวน 1,866 คน กลุ่มตัวอย่าง คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูผู้สอน จำนวน 454 คน โดยการสุ่มแบบหลายขั้นตอน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ร้อยละ ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์องค์ประกอบเชิงยืนยัน ระยะที่ 3 ศึกษาแนวทางการพัฒนาทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา มี 2 ขั้นตอน คือ ขั้นตอนที่ 1 การสัมภาษณ์แนวทาง กลุ่มผู้ให้ข้อมูลเป็นผู้ทรงคุณวุฒิ จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบสัมภาษณ์แนวทาง และขั้นตอนที่ 2 การประเมินแนวทาง โดยการประเมินอิงผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 7 คน เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยเป็นแบบประเมิน สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณ ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการวิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพโดยใช้สถิติเชิงพรรณนา ผลการวิจัยพบว่า 1) ตัวบ่งชี้ทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ มี 6 องค์ประกอบหลัก 19 องค์ประกอบย่อย 66 ตัวบ่งชี้ ได้แก่ (1) ทักษะการเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพล มี 3 องค์ประกอบย่อย 10 ตัวบ่งชี้ (2) ทักษะการคิดวิเคราะห์ข้อมูลอันทรงพลัง มี 4 องค์ประกอบย่อย 15 ตัวบ่งชี้ (3) ทักษะความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีดิจิทัล มี 3 องค์ประกอบย่อย 10 ตัวบ่งชี้ (4) ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ มี 3 องค์ประกอบย่อย 10 ตัวบ่งชี้ (5) ทักษะการบริหารทีมให้มีศักยภาพ มี 3 องค์ประกอบย่อย 11 ตัวบ่งชี้ และ (6) ทักษะการเข้าสังคมอันชาญฉลาด มี 3 องค์ประกอบย่อย 10 ตัวบ่งชี้ 2) ผลการตรวจสอบความสอดคล้องของโมเดลโครงสร้างตัวบ่งชี้ทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ พบว่า มีความสอดคล้องกับข้อมูลเชิงประจักษ์ (Chi-Square =119.43, df = 102, p = 0.114 , GFI =0.98, AGFI =0.97, CFI = 1.00, SMR =0.01, and RMSEA = 0.02) โดยองค์ประกอบที่มีน้ำหนักองค์ประกอบเรียงจากมากไปน้อย ได้แก่ ทักษะการเข้าสังคมอันชาญฉลาด ทักษะการคิดวิเคราะห์ข้อมูลอันทรงพลัง ทักษะการเป็นผู้นำที่ทรงอิทธิพล ทักษะความเชี่ยวชาญทางเทคโนโลยีดิจิทัล ทักษะการสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และทักษะการบริหารทีมให้มีศักยภาพ 3) แนวทางการพัฒนาทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ โดยสามารถแบ่งตามกลุ่มที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนาทักษะผู้นำแห่งอนาคตของผู้บริหารสถานศึกษา ออกเป็น 2 กลุ่ม คือ กลุ่มที่ 1 หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง กลุ่มที่ 2 ผู้บริหารสถานศึกษา เมื่อพิจารณาในแต่ละกลุ่ม คือ กลุ่มหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ควรจัดอบรมเพื่อพัฒนาทักษะผู้นำ การคิดวิเคราะห์ การสื่อสาร และการทำงานร่วมกับผู้อื่นของผู้บริหาร สนับสนุนการสร้างเครือข่ายและแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ระหว่างสถานศึกษาและหน่วยงานต่าง ๆ กลุ่มผู้บริหารสถานศึกษา ควรพัฒนาตนเองให้มีความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีและสื่อดิจิทัล พร้อมติดตามแนวโน้มเทคโนโลยีใหม่ ๆ ฝึกทักษะการสื่อสารและทำงานร่วมกับผู้อื่น พร้อมรับฟังและเข้าใจมุมมองที่แตกต่าง เพื่อรองรับความเปลี่ยนแปลงและความท้าทายในยุคดิจิทัลและสังคมโลกาภิวัตน์ และพัฒนาองค์กรโดยการกระจายอำนาจ มอบหมายความรับผิดชอบ และสร้างทีมงานที่เข้มแข็งพร้อมสนับสนุนการทำงานอย่างยืดหยุ่น ส่งเสริมการสื่อสารเชิงร่วมมือ แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และสร้างบรรยากาศที่ปลอดภัยให้บุคลากรกล้าแสดงความคิดเห็น สร้างแรงจูงใจ ยกย่องชื่นชม และเสริมขวัญกำลังใจเพื่อความผูกพันและความร่วมมือภายในองค์กร สนับสนุนการปรับตัวต่อการเปลี่ยนแปลงและการนำแนวคิดใหม่ ๆ มาประยุกต์ใช้เพื่อสร้างนวัตกรรม เพื่อให้องค์กรสามารถพัฒนาอย่างยั่งยืน ปรับตัวต่อความท้าทาย และขับเคลื่อนองค์กรไปสู่ความยั่งยืนได้อย่างมีประสิทธิผล
อาจารย์ที่ปรึกษา
ผศ.ดร.ชิษณพงศ์ ศรจันทร์
อาจารย์ที่ปรึกษาหลัก · มหาวิทยาลัยมหามกุฏราชวิทยาลัย วิทยาเขตศรีล้านช้าง
ผู้วิจัย
นางสาวอภิสมา โยธาภักดี
6630840432015
- หลักสูตร
- หลักสูตรศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา
- ระดับการศึกษา
- ปริญญาเอก
รายละเอียด
- ประเภทผลงาน
- ดุษฎีนิพนธ์
- ปีการศึกษา
- 2569
- เอกสาร
- ไม่มีเอกสาร