ค้นหาผลงานวิจัย

ระบบฐานข้อมูลผลงานวิจัยนักศึกษาระดับบัณฑิตศึกษา

พบ 209 ผลงานวิจัย

วิทยานิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงกลยุทธ์ของผู้บริหารสถานศึกษาในศตวรรษที่ ๒๑ ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต ๑

THE 21ST CENTURIES STRATEGIC LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS AFFECTING TEACHERS’ WORK MOTIVATION IN SCHOOLS UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1

น

นางสาวพัชราภรณ์ จันทะฟอง

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

สารนิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1

THE SPIRITUAL LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER NONG KHAI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1

งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เพื่อเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ ขนาดสถานศึกษา และประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน 3) ศึกษาแนวทางในการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารและครูผู้สอน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 จำนวน 305 คน ได้รับการตอบกลับ 278 คน คิดเป็นร้อยละ 91.15 เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามและมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.993 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ Independent t-test และ One-Way ANOVA รวมถึงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีการของ Scheffé และเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 โดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณของผู้บริหารสถานศึกษา 1) จำแนกตามตำแหน่ง โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน ยกเว้นด้านการมีวิสัยทัศน์ไม่แตกต่างกัน 2) จำแนกตามขนาดสถานศึกษา โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน ยกเว้นด้านความหวังและด้านความรักที่เห็นแก่ผู้อื่นไม่แตกต่างกัน 3) จำแนกตามประสบการณ์ในการปฏิบัติงาน โดยรวมและรายด้านแตกต่างกัน ยกเว้นด้านความศรัทธาและด้านความรักที่เห็นแก่ผู้อื่นไม่แตกต่างกัน 3. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงจิตวิญญาณของผู้บริหาร สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 ดังนี้ 1) ด้านความศรัทธา ผู้บริหารควรเสริมสร้างจิตวิญญาณความเป็นครูและเป็นแบบอย่างที่ดี 2) ด้านความรักที่เห็นแก่ผู้อื่น ผู้บริหารควรเสริมสร้างความเมตตาและเห็นคุณค่าของบุคลากร 3) ด้านความไว้วางใจ ผู้บริหารควรสร้างความโปร่งใสและยึดหลักธรรมาภิบาลในการบริหารงาน 4) ด้านความหวัง ผู้บริหารควรเสริมสร้างพลังบวกและสร้างแรงบันดาลใจให้กับบุคลากร 5) ด้านการมีวิสัยทัศน์ ผู้บริหารควรกำหนดทิศทางเป้าหมายให้ชัดเจนและพัฒนาวิสัยทัศน์ให้กว้างไกล

น

นางเรณู ชั้นเสมา

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงดิจิทัลของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 1

DIGITAL LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS AFFECTING EFFECTIVENESS OF ACADEMIC AFFAIRS ADMINISTRATION IN SCHOOL UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1

น

นางสาวกัณทิมา พรมมาวันนา

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

สารนิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1

INNOVATIVE LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER NONG KHAI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 2) เปรียบเทียบระดับภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ ขนาดสถานศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 กลุ่มตัวอย่างในการวิจัย คือ ผู้บริหารและครูผู้สอนในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 ปีการศึกษา 2567 ประกอบด้วย ผู้บริหาร จำนวน 30 คน และครูผู้สอน จำนวน 252 คน จำนวนทั้งสิ้น 282 คน เครื่องมือที่ใช้เก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามและมีค่าความเชื่อมั่นเท่ากับ 0.900 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ประกอบด้วย สถิติเชิงพรรณนา ได้แก่ ความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วน เบี่ยงเบนมาตรฐาน สถิติเชิงอ้างอิง ได้แก่ Independent t-test และ One-Way ANOVA รวมถึงการเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่โดยวิธีการของ Scheffé และเก็บข้อมูลการสัมภาษณ์ผู้ทรงคุณวุฒิ 5 คน โดยใช้แบบสัมภาษณ์กึ่งโครงสร้าง วิเคราะห์ข้อมูลเชิงคุณภาพด้วยการวิเคราะห์เชิงเนื้อหา ผลการวิจัยพบว่า 1. ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 โดยภาพรวมและรายด้านทุกด้านอยู่ในระดับมาก 2. ผลการเปรียบเทียบภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 จำแนกตามตำแหน่งหน้าที่ ขนาดสถานศึกษา ประสบการณ์ในการทำงาน โดยภาพรวม พบว่า ผู้บริหารสถานศึกษาสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 ที่มีตำแหน่งหน้าที่ ขนาดสถานศึกษา และประสบการณ์ในการทำงานที่ต่างกัน มีภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมแตกต่างกัน มีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.05 3. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1 ด้านการทำงานเป็นทีม ผู้บริหารสถานศึกษาควรเป็นต้นแบบที่ดีให้ความสำคัญกับการบริหารคน ให้ทุกคน "ทำงานด้วยใจ" และบรรลุเป้าหมาย ด้านการสร้างบรรยากาศแห่งองค์กรนวัตกรรม ผู้บริหารสถานศึกษาควรส่งเสริมวัฒนธรรมนวัตกรรมผู้นำที่ทันสมัย สร้างสภาพแวดล้อมที่เปิดกว้าง เปิดรับเทคโนโลยี เรียนรู้ตลอดชีวิต ด้านการบริหารความเสี่ยงเชิงนวัตกรรม ผู้บริหารสถานศึกษาควรวิเคราะห์ความเสี่ยงรอบด้าน เรียนรู้จากความผิดพลาดผ่านประสบการณ์ตรง การยอมรับความเสี่ยง เพื่อสร้างพื้นฐานที่แข็งแกร่งสำหรับการเปลี่ยนแปลง ด้านวิสัยทัศน์เพื่อการเปลี่ยนแปลง ผู้บริหารสถานศึกษาเน้นการมีส่วนร่วมของบุคลากรในการกำหนดวิสัยทัศน์ร่วมกัน ระดมสมองหาแนวทางปฏิบัติ และปรับวิสัยทัศน์ให้สอดคล้องกับ ด้านความคิดสร้างสรรค์ ผู้บริหารสถานศึกษาแสวงหาประสบการณ์เรียนรู้ทักษะ เน้นการคิดสร้างสรรค์ เปิดรับความคิดที่แตกต่างจากสภาพแวดล้อมที่เหมาะสม

น

นางสาวคนึงนิตย์ พลอาษา

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อความเป็นเลิศในการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู

INNOVATIVE LEADERSHIP OF ADMINISTRATORS AFFECTING THE EXCELLENCE OF ACADEMIC ADMINISTRATION OF SCHOOLS UNDER LOEI NONG BUA LAM PHU SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE

น

นางสาวดลนภา วิจิตรปัญญา

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อประสิทธิผลของโรงเรียนเอกชนจังหวัดเลย

INNOVATIVE LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS AFFECTING THE EFFECTIVENESS OF PRIVATE SCHOOLS LOEI PROVINCE

น

นางสาวพิไลพร ภูชาดา

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อแรงจูงใจในการปฏิบัติงานของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู

INNOVATIVE LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS AFFECTING TEACHER’S WORK MOTIVATION UNDER LOEI NONG BUA LAM PHU SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE

น

นางสาวลัดดาวัลย์ แก้วโวหาร

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

สารนิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษาในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2

INNOVATIVE LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 2

น

นางสาวพรวารีญา กิตติธรรม

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงบูรณาการของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาหนองคาย เขต 1

INTEGRATED LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER NONG KHAI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 1

น

นางสาวอภิญญา บุตรอุดม

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

สารนิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2

VISIONARY LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS UNDER LOEI PRIMARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE 2

การวิจัยเรื่องภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาระดับภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา 2) เปรียบเทียบความคิดเห็นของครูต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา ขนาดสถานศึกษา และประสบการณ์การทำงาน และ 3) ศึกษาแนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา ประชากรที่ใช้ในการวิจัย คือ ผู้บริหารสถานศึกษาและครูโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาเลย เขต 2 ปีการศึกษา 2567 จำนวน 1,390 คน จากโรงเรียน 158 แห่ง กลุ่มตัวอย่าง จำนวน 302 คน กำหนดขนาดโดยเทียบจากตารางสำเร็จรูปของเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือที่ใช้เป็นแบบสอบถาม สถิติที่ใช้ประกอบด้วย ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ผลการวิจัยพบว่า 1. ระดับภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาโดยภาพรวมอยู่ในระดับมาก เมื่อพิจารณาเป็นรายด้านพบว่าอยู่ในระดับมากทุกด้าน โดยด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุดคือ ด้านการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ ซึ่งผู้บริหารแก้ไขปัญหาและอุปสรรคในการดำเนินงานตามวิสัยทัศน์อย่างทันท่วงที และจัดสรรทรัพยากรอย่างเหมาะสมเพื่อสนับสนุนการดำเนินงาน รองลงมาคือ ด้านการเป็นแบบอย่างที่ดี โดยผู้บริหารสร้างขวัญกำลังใจในการปฏิบัติงานแก่ผู้ร่วมงาน และรับฟังเคารพความคิดเห็นที่แตกต่าง ด้านการสร้างวิสัยทัศน์พบว่าผู้บริหารวิเคราะห์สภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอกสถานศึกษาก่อนการกำหนดวิสัยทัศน์ และสร้างแรงจูงใจให้บุคลากรเห็นความสำคัญและมุ่งมั่นในการปฏิบัติงาน ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยต่ำสุดคือ ด้านการเผยแพร่วิสัยทัศน์ โดยผู้บริหารเลือกใช้ช่องทางการสื่อสารที่เหมาะสมกับกลุ่มเป้าหมายที่แตกต่างกัน และรับฟังตอบสนองต่อข้อเสนอแนะของบุคลากร 2. ผลการเปรียบเทียบความคิดเห็นของผู้บริหารและครูต่อภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ จำแนกตามเพศ วุฒิการศึกษา ขนาดสถานศึกษา และประสบการณ์การทำงาน โดยภาพรวมไม่แตกต่างกันทั้ง 4 ด้าน 3. แนวทางการพัฒนาภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา จากการสัมภาษณ์ผู้เชี่ยวชาญ 5 ท่าน พบว่า ด้านการสร้างวิสัยทัศน์ควรใช้เครื่องมือวิเคราะห์สภาพแวดล้อมอย่างรอบด้าน โดยเฉพาะ SWOT Analysis และเชื่อมโยงกับนโยบายระดับชาติ ด้านการเผยแพร่วิสัยทัศน์ควรสร้างการมีส่วนร่วมจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ทั้งบุคลากรภายในโรงเรียน นักเรียน ผู้ปกครอง และชุมชน ด้านการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ควรสร้างสมดุลระหว่างความท้าทายกับความเป็นไปได้ โดยกำหนดเป้าหมายระยะสั้น ระยะกลาง และระยะยาวที่ชัดเจน และด้านการเป็นแบบอย่างที่ดีควรมีความเข้าใจบริบทเชิงลึก มีความชัดเจนในการสื่อสาร มีความยืดหยุ่น และสามารถสร้างแรงบันดาลใจให้แก่บุคลากร โดยขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ให้เป็นรูปธรรมด้วยการใช้ข้อมูลเชิงประจักษ์และการวิจัยเป็นฐาน

น

นางสาวนิชานันท์ แสนเยีย

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

วิทยานิพนธ์ 2568

ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียนสังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู

VISIONARY LEADERSHIP OF SCHOOL ADMINISTRATORS AFFECTING TEAMWORK OF TEACHER IN SCHOOL UNDER LOEI NONG BUA LAM PHU SECONDARY EDUCATIONAL SERVICE AREA OFFICE

การวิจัยครั้งนี้จึงมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา 1)ระดับภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาและระดับการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน 2) ความสัมพันธ์ระหว่างภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน 3) ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ ผู้บริหารสถานศึกษาและครู จำนวน 322 คน กำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่าง จากตารางของเครจซี่และมอร์แกน เครื่องมือการวิจัยเป็นแบบสอบถามมีลักษณะเป็นมาตราส่วนประมาณค่า 5 ระดับ ได้ค่าความเชื่อมั่นของแบบสอบถามภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา เท่ากับ 0.966 มีค่าอำนาจจำแนก 0.959 และการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน เท่ากับ 0.970 มีค่าอำนาจจำแนก 0.954 สถิติที่ใช้ในการวิเคราะห์ข้อมูล ได้แก่ ค่าเฉลี่ย ค่าความเบี่ยงเบนมาตรฐาน ค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์แบบเพียร์สันและวิเคราะห์ถดถอยพหุคูณ ผลการวิจัยพบว่า 1) ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษา มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมาก และการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน มีค่าเฉลี่ยโดยรวมอยู่ในระดับมาก 2) ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษากับการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน มีความสัมพันธ์ทางบวกในระดับสูง อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .01 3) ภาวะผู้นำเชิงวิสัยทัศน์ของผู้บริหารสถานศึกษาที่ส่งผลต่อการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน ได้แก่ การเป็นแบบอย่างที่ดี (x4) การสร้างวิสัยทัศน์ (x1) และการปฏิบัติตามวิสัยทัศน์ (x3) ร่วมกันทำนายการทำงานเป็นทีมของครูในโรงเรียน ได้ร้อยละ 80.10

น

นายวัชระ แปงทอง

หลักสูตรศึกษาศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา

ดุษฎีนิพนธ์ 2568

รูปแบบการธำรงรักษาอัตลักษณ์ทางสังคมการเมืองของกลุ่มชาติพันธุ์ผู้ไท ในภาคอีสานตามหลักสัปปุริสธรรม 7

SAPPURISA-DHAMMA-BASED CONSERVATION MODEL ON SOCIO-POLITICAL IDENITY OF PHU TAI ETHNIC GROUP IN NORTH-EAST THALAND

พ

พระณัฐวุฒิ อภิปุญฺโญ

หลักสูตรรัฐศาสตรดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐศาสตร์